ไ ล่ ล่ า 1

posted on 06 Dec 2011 14:29 by kessama
ณ ที่ทำงาน บ่ายวันเกิดเพื่อนสาว
 
 
 
"You got a dream. You got to protect it."  : Pursuit of happiness.
 
ใช่! นุ่นเองมีความฝัน และนุ่นกำลังปกป้องมัน
 
ติดอยู่ที่มันไม่ได้ง่าย
เหนื่อยทั้งกายใจมาก็มาก
และที่สำคัญมันต้องใช้เวลาในการจัดการและเตรียมตัว
 
 
ชีวิตที่เลือกที่จะไล่ล่าความฝัน ความเหนื่อยที่นุ่นเลือกเอง 
 
แต่ก็เลือกที่จะเหนื่อยก็เพราะนุ่นไม่อยากมานั่งตอบคำถามตัวเองอีกแล้ว
 
ตอนนั้นทำอะไรอยู่? ทำไมไม่ทำนู่น นี่ นั่น?
 
อย่างน้อยๆ ถ้ามองกลับมา นุ่นก็ตอบตัวเองได้ว่านุ่นทำแล้วนะ พยายามแล้วนะ
 
หากแม้นว่าความฝันเป็นจริงไม่ได้ นุ่นก็จะเข้าใจ และมีความสุขกับปัจจุบันของนุ่น
 
 
 
เฮ้อ!! ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ให้กับความเหนื่อยล้า
 
^^ ยิ้มสักครั้ง ขอบคุณกำลังใจและความช่วยเหลือจากคนรอบข้างที่หวังดีทุกๆคน
 
สาธุ! สามที ขอความฝันลูกเป็นจริงทีเถอะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีที่เถอะ สาธุ!
 
 
 
 

" ค น " หนอ

posted on 20 Mar 2011 08:00 by kessama
ช่วงระยะเวลาเกือบปีที่นุ่นก้าวเข้ามาทำงานที่บ.แห่งนี้
 
มันทำให้รู้จักสิ่งมีชีวิตที่เรีัยกว่า "คน"มากขึ้น
 
คนจำนวนครึ่งร้อยของที่นี่ ล้วนแต่เป็นตัวของตัวเองสูงมากมากกันทุกคน
 
มันพลอยทำให้นุ่นนึกถึงประโยคที่เพื่อนคนนึงชอบพูดขึ้นมา
 
"ทุกคนล้วนแปลก และ แตกต่าง"
 
 
นายA เพื่อนรุ่นเดียวกับนุ่น ทำงานก่อนนุ่นสองเดือน
 
คนนี้สอนไปซะทุกคน สอนแม้กระทั่งพี่ที่เค้าเก่งๆที่ทำงานด้านนี้มากว่า10ปี
 
ชอบพูดเหมือนตัวเองเจ๋งมาก ทำตัวเป็นLead
 
พีฺ่B ตัวเองถูกไปซะทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ชอบพูดเล่นแรงๆที่บางทีไม่สมควรพูด
 
พี่C เก่ง อารมณ์ร้อน น้องพูดเล่นโดนเค้าด่า แต่เค้าพูดเล่นกับคนที่แก่กว่าได้
 
พี่D ดีกับน้องมาก เก่งเรื่องงานเรื่องเดียว เรื่องการใช้ชีวิตเด็กๆ เนิร์ดๆ
 
พี่E เป็นTechnician แต่ชอบทำตัวข่ม Engineer ชอบเอาหน้า แบนกันทั้งบริษัทแล้ว
 
ฯลฯ
 
ห้าคน...ห้าการเลี้ยงดู ห้าสิ่งแวดล้อม หล่อหลอมมาเป็นตัวเค้า
 
เราก็ทำได้แค่เข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็น(แม้ว่าบางทีไม่อยากเข้าใจก็ตาม)
 
 
มันสอนให้นุ่นเข้าใจมากขึ้นว่า....ทำไมบางทีคนเราต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน??
 
นั่นก็เพราะ....ถ้าไม่ใส่แล้วไซร้ ...วันๆคงได้"ฉะ"กันเละ!!  
 
 
นุ่นเป็นคนเสแสร้งไม่เป็น ย้ำว่า.. ไม่เป็น ไม่เป็นเลยจริงๆ
 
ดีที่สุดของนุ่นคือ เงียบ ... แต่บ่อยครั้งทีเดียวที่ใจนุ่นคิดดังไปหน่อย
 
ชาวบ้านเลยได้รับรู้ด้วย ... ชีวิตนี้อย่าหวังจะก้าวหน้าเลยนุ่นเอ้ย T__T
 
นี่แึค่บ.เล็ก ยังขนาดนี้ ... แล้วที่ใหญ่กว่านี้ล่ะ...จะขนาดไหน??
 
ทั้งๆที่เหมือนว่าเราจะอยู่กันแบบครอบครัว...แต่ยังเป็นแบบนี้ได้
 
 
มันเป็นแบบนี้เพราะเป็นธรรมชาติของคน
 
...รึเป็นเพราะ.....
 
คำว่า "EGO" ของเหล่า Engineer กันแน่??
 
 
 
 

แ พ้ เ ด็ ก

posted on 05 Mar 2011 14:27 by kessama
เสีัยงเด็กข้างบ้านปลุกฉันให้ตื่นในตอนสายๆของเช้าวันเสาร์
 
เสียงนั้นพลอยทำให้ฉันต้องเร่งอาบน้ำแต่งตัวให้เร็วขึ้น
 
 
ฉันกับเพื่อนอีกสองคนเช่าทาวเฮาส์อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆใกล้ที่ทำงาน
 
ข้างบ้านฝั่งซ้ายเป็นครอบครัวที่นับว่าใหญ่เลยทีเดียว
 
พ่อแม่กับลูกอีกสี่คน ไม่ใช่แค่นั้นนะ!!
 
ยังมีตัวละครประกอบเป็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆเค้าประมาณสี่คนเห็นจะได้
 
เด็กสี่คน ...พี่คนโต น้องซี (ด.ช.ทะเล) 5 ขวบ
 
                  คนรอง น้อง (ด.ญ.) นารา 4 ขวบ
 
         คนที่สาม น้อง ปลาวาฬ (ชาย) 2 ขวบ
 
 คนสุดท้อง น้อง โลมา (หญิง) 1 ขวบ
 
(เราหลอกถามชื่อจริงปลาวาฬกับโลมาไปหลายรอบ แต่ไม่รู้ชื่อจริงของอีกสองคนซะที55)
 
น้องทั้งสี่คนเป็นโรคภูมิแพ้(เพราะพ่อเป็นภูมิแพ้) ไม่ใช่แค่แพ้อากาศธรรมดาๆ
 
แต่เป็นกันหนักมาก ซึ่งแม่น้องจะให้น้องท่องเลยว่ากินอะไรไม่ได้บ้าง
 
น้องเป็นผื่นเต็มตัวไปหมด เกาจนเป็นแผล น้องผู้ชายจะเป็นหนักกว่าผู้หญิง
 
แม่น้องเคยเล่าให้พวกเราฟังว่าตอนน้องซีเป็นหนักมาก
 
กินอะไีรแทบไมไ่ด้เลย ต้องปั่นผักผสมไรซักอย่าง(จำไม่ได้)ให้กิน
 
น้องนาราแพ้น้อยที่สุด กินได้แทบทุกอย่าง
 
 
เสียงร้องไห้เสียงนั้นของปลาวาฬทำให้ฉันเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
 
แขนเล็กๆกางออก ฉันไม่ลังเลที่จะรับเข้ามา่ให้อ้อมแขนให้เร็วที่สุด
 
อ้่าว!! ยังไม่ทันจะปลอบเลย หยุดร้องซะงั้น--" 
 
 
แทบทุกเย็นก่อนจะเข้าบ้าน
 
เสียงเจี๊ยวจ๊าว ส่งเสียงเรียก "พี่เบียร์ พี่นุ่น" ดังมาแต่ไกล
 
พร้อมๆกับร่างเล็กๆอีกสามร่าง โผเข้ากอด เกาะแขน เกาะขา
 
พอเปิดบ้านปุ๊บ เหมือนลงสนามแข่ง ทุกคนจะรีบวิ่งไปที่ตู้เย็น
 
มีอะไรให้ตู้เย็นบ้าง ไม่มีเหลือ
 
 
น้องแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันทุกคน
 
น้องซี นิ่งนิ่ง ไม่ค่อยพูด ช่างอ้อน เสียงอ้อนสุดๆ เจ้าเล่ห์ 
 
(คนนี้โดนเราจุ๊บแก้มทุกวัน^___^)
 
น้องนารา talkativeสุดๆ ไม่เคยเงียบแม้แต่วินาทีเดียว พูดไม่มีหยุด แต่มีเหตุผล
 
คนนี้ขอบอกว่าติสมาก น้องเคยระบายappleสีน้ำตาล แล้วบอกว่า "appleมันเน่าค่ะ"
 
โอ้!! จิตนากาีรสุึดยอดจริงๆ ชอบงอนเป็นที่สุึด "ถ้าพี่ซีทำแบบนี้อีก พรุ่งนี้น้องไม่รักแล้วนะ"
 
เป็นประโยคประจำตัวเธอล่ะ โอ๊ะ โอ พูดเธอไม่ได้สิ
 
"พี่นุ่นทำไมพูด'เธอ'ล่ะค่ะ คุณแม่บอกว่ามันไม่เพราะนะคะ"
 
จะพูดอะไรต้องระวังคำพูดสุดๆ
 
น้องปลาวาฬ ชอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ชอบใช้ความรุนแรง ชอบแกล้งคนอื่น
 
ซกมกที่สุด กินเยอะ+เร็วมาก ชอบพ่นน้ำลายใส่คนอื่น จะสองขวบแล้วแต่ยังพูดไม่ได้เลย
 
(เราบังคับให้พูด "พี่นุ่น"ทุกวัน น้องออกเสียงได้แค่ในลำคอT^T "อี้ อุ้น" กุล่ะเซ็ง)
 
ส่วนน้องโลมา ยังเด็กอยู่ ดูยังไม่ออก >.<'
 
 
ถ้าวันหยุด เด็กจะมากดกริ่งบ่อยมาก ถ้ามีอะไรต้องทำ ต้องหลอกล่อให้กลับบ้านกันสุดฤทธิ์
 
จะกลับบ้าน ต้องอุ้ม ขี่หลัง อะไรก็ว่ากันไป เคยทั้งต้องอุ้ม แล้วอีกคนขี่หลังT^T
 
ช่วงนี้ปิดเทอม น้องมาบ้านเราแต่เช้า น้องหิวเราก็ไปซื้อโจ้กมาให้น้องก่อนไปทำงาน
 
 
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเด็กร้องจากบ้านนั้น ทุึกครั้งที่ได้ยินเสียงน้อง
 
มันเหมือนกับสิ่งล่อให้ฉันรีบตามเสียงนั้นไป
 
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอ้อน ฉันไม่เคยลังเลเลยที่จะทำให้
 
ทุกครั้งที่เห็นแก้มป่องๆนั่น ฉันไม่เคยจะอดใจไหวที่จะจุ๊บแก้มนั่น
 
ฉันไม่เคยรำคาญเลยที่น้องชอบมานั่งตัก 
 
ฉันไม่เคยจะไปไหนได้ถ้าไม่มีคนดูแลน้อง
 
 
 
อย่างนี้เค้าเรียกว่า อาการ "แพ้เด็ก" รึป่าวนะ??
Feb 16,2011
 
สวัสดีวันพุธที่รัก..^^"
 
 
นุ่นชอบบอกรัก'คนที่นุ่นรัก'...ในทุกโอกาสที่อยากบอก..
 
"นุ่นรักพ่อนะ"  "คิดถึงพ่อนะ" "ดูแลตัวเองดีๆนะคะพ่อ นุ่นเป็นห่วง" 
 
ประโยคสั้นๆที่นุ่นบอกพ่อได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอวันไหนๆ
 
(ถ้าคุยกะพี่ชายก็เปลี่ยนจากคำว่า"พ่อ" เป็น "ติ่ง" แค่นั้นเอง ง่ายจะตาย55)
 
มันพลอยทำให้วันธรรมดากลายเป็น "วันพิเศษ"ของพวกเราขึ้นมาได้เหมือนกัน:)
 
พอถึง14 กุมภา เราไม่ได้รู้สึกว่า"รักพ่อ"มากขึ้น ..และ..
 
อีก364วันเราเองก็ไม่ได้รู้สึก"รักพ่อ"น้อยลงเลย...
 
ถึงวันนี้วันแห่งความรักจะผ่านไปแล้ว ....
 
แต่ความรักของเรายังคงอยู่ มิได้จางไปไหน ^--^

 
มีพี่ที่ทำงานถามนุ่นว่า "รัก" หมา่ยถึงอะไร??
ถ้าจะบอกว่า 'รัก' คือ 'การที่เราพยายามเป็นเจ้าของสิ่งนั้นๆ' มันก็คงจะไม่ผิด
ต่อให้พูดว่า'รัก' แค่ไหน สุดท้ายคนเราก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้นแหละ
จะ'มาก'รึ'น้อย' แค่นั้นเอง ..ขอแค่อย่าทำเพื่อตัวเองมากเกินไป ก็น่าจะพอแล้ว
 

.....ปีนี้ได้ทำแค่ส่งข้อความหาใครหลายๆคนที่ยังนึกถึง....
 
เพื่อนหลายคนโทรหา บางคนส่งข้อความมา ... แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว:P
 
กุหลาบสีแดงช่อนั้น...มันคงดีกว่านี้....ถ้ามันเป็น 'กุหลาบสีขาว'....
 
....และคงจะดีกว่านี้....ถ้ามันมาจากคนที่ 'เรารัก' >.<".....
 
....แต่ก็ขอบคุณนะค๊า.....
 
....ผ่านวันวาเลนไทน์มา23ปีแบบ 'โคตรจะโสด' มาตลอด
 
หวังว่าปีหน้าเราคงมีคนรู้ใจที่ถูกใจ กะเค้าซะทีเนอะ ... สาธุ สาธุ ..
 
 
 
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันธรรมดาที่แสนจะพิเศษนะคะ^^
 
 
pS. ValentinE ปีนี้คงลืมไม่ลง ............. >แบบว่า ปวดท้องเมนส์แทบตายT^T
 

สิ่งที่พึ่งผ่านพ้นไป

posted on 09 Jan 2011 08:23 by kessama
เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาเรากะเพื่อนอีกสามคนไปกินข้าวกับอาจารย์โปรเจคมา
 
พวกเราจบมาได้เกือบปีแล้วสิ แต่กับอาจารย์เราได้คุยบ่อยกว่าเพื่อนอีกหลายๆคนด้วยซ้ำ
 
ไม่โทรไป อาจารย์ก็โทรหาพวกเราเอง อาจารย์เป็นเหมือนพ่อ รู้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้ตลอด
 
ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าตอนเรียนมหาลัยจะได้สนิทกับอาจารย์ซักคนขนาดนี้
 
การเจอกันครั้งนี้อาจารย์เองก็พูดหลายๆอย่าง กับหลายๆเรื่อง
 
จนมันทำให้เราต้องตัดสินใจทำให้ความตั้งใจหนึ่งจากบล็อกที่แล้วให้เป็นจริง
 
การที่เรามาทำงานที่นี่ ทำให้เราได้เจอเพื่อน พี่ น้อง ที่ดีหลายๆคน
 
หนึ่งในนั้นคือพี่คนนึงซึ่งเราถือว่าเราสนิทด้วยมากทีเดียว
 
จากวันเป็นเดือนพฤติกรรมของพี่ก็เปลี่ยนไป เราก็ได้แต่สงสัย
 
จนวันนึงเค้าบอก "พี่ชอบนุ่น" งงสิคะ คนอย่างเรา ไม่สวย ขี้โมโห ขี้โวยวาย ฯลฯ
 
มันคงไม่ผิดถ้าเราจะคุยกับใครสักคน แต่นี่มันผิดเต็มๆ
 
เพราะพี่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แม้ยังไม่แต่งงานก็เหอะ
 
เราก็บอกเค้าไปว่าเราไม่ได้คิดอะไร แต่เรากับพี่ก็ยังคุยกันเรื่อยมา
 
โดยที่เรายังย้ำทุกวันว่าเราคิดแค่ 'พี่น้อง' ย้ำทุกครั้งที่คุยกันด้วยซ้ำ
 
แต่เค้าก็ยังทำอะไรมากมาย บางทีเราคงผิดเองที่ยังให้เค้าทำอะไรๆให้เรา 
 
บางคนคิดว่า การพูดที่ชัดเจน มันก็น่าจะพอ
 
บางคนคิดว่า การพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ
 
เราเป็นอย่างแรก ส่วนพี่เคงป็นอย่างที่สอง
 
พี่เป็นคนบอกเราเอง ก็รู้ว่าไม่มีทางแต่ก็ยังอยากหวัง
 
เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ พี่เค้ามีแฟนแล้ว
 
และเป็นไปไม่ได้มากกว่าเพราะ เราไม่เคยรู้สึกภูมิใจเวลาเดินข้างเค้าเลย
 
มันคงเป็นอย่างที่เราเคยบอกเค้าไป นุ่นแค่รู้สึกดีไม่มีทางรักพี่ไม่ได้หรอก
 
เมื่อวันก่อนเรายังคุยกับเค้าดีๆอยู่เลย แต่วันนี้เค้าโืทรหาเราตอนเช้า
 
"นุ่นว่าเราอย่าคุยกันอีกเลย ไม่ต้องโทรหานุ่นแล้วนะ" เราพูดขึ้นแบบไม่มีปีมีขลุ่ย
 
พี่เองก็คงอึ้งๆแล้วก็วางสายไป ชั่วโมงนึงผ่านไป พี่โทรกลับมา เราก็ไม่รับสายแล้ว
 
พี่เคยบอกว่าเราเป็นผู้หญิงที่คิดไม่เหมือนใคร ไม่ใช่สิ คนอื่นอาจคิดแต่ไม่ทำ 
 
แต่เราทำทุกอย่างที่พูด และจะไม่พูดถ้ารู้ว่าืืทำไม่้ได้ ความคิดเรามักแปลกเสมอ 
 
ในที่สุดสิ่งที่พี่เคยบอกกลัวเราก็ทำลงไปจนได้ เราตัดเป็นตัด ไม่มีคำว่ายืดเยื้อ
 
ยกเว้นไม่อยากตัด55 บางทีเราควรทำแบบนี้ตั้งนานแล้วแหละ
 
แต่เราก็ยังเสียดาย ตามประสาคนชอบกั๊ก55
 
มันคงถึงเวลาที่เราจะหยุดสร้างบาปซะที .. 
 
สำเร็จไปอีกหนึ่งความตั้งใจ "เลิกยุ่งกะคนมีแฟนแล้ว"
 
แต่ขออย่าได้มีคนมีแฟนแล้วผ่านเข้ามาอีกเลย เพี่ยง!!
 
 
เรามันพวกหน้าตาไม่ดีแต่สเปคเยอะ เพื่อนสนิทชอบย้ำตลอดเวลาว่าเรารักโดยใช้สมอง
 
23ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยมีแฟน เราพูดอย่างภูมิใจแบบไม่อายใคร
 
"ถ้านุ่นเรียกใครว่าแฟน มันคงแบบมากมาย เบียร์จะทำโล่ไปให้มัน" เพื่อนเราก็พูดเว่อร์ไป
 
บางทีมันอาจมีคนปีนกำแพงข้ามมาได้ อย่างที่อาจารย์บอกก็ได้นะ มีทีเถอะ สาธุๆ
 
สำหรับเรา เราไม่ได้ขออะไรมาก แค่คนที่เราพอใจ ไม่ต้องดีเลิศเลอ ไม่ต้องหล่อโคตรๆ
 
แค่เค้าดีพอแบบพอดี  เราก็พอใจแล้ว^^
 
ถ้าได้คนที่เราไม่พอใจ เราก็เป็นทุกข์อยู่ดี สู้อยู่ลัลล้ากับเพื่อนไปอย่างงี้ ดีกว่ามั้ย??
 
 
ปล.ถ้าเพื่อนแยกย้ายไปมีแฟนเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน :P

ความตั้งใจ

posted on 04 Jan 2011 19:55 by kessama
07.53pm
Jan 04,2011
 
สวัสดีปีกระต่าย ^_^
 
ตั้งใจอะไรไว้บ้าง ไปดูกัน!!!
 
สิ่งที่ตั้งใจจะทำ
-เป็นวิศวกรที่ดี
-เก็บตังค์ทำบุญให้แม่
-สวดมนต์อาทิตย์ละ3วัน
-นั่งหลังตรง
-'ยิ้ม'เมื่ออารมณ์เสีย
-คิดด้านบวกให้มากขึ้น
-ทำงานเสริม จะได้ให้ตังค์พ่อมากขึ้น
-เล่นเวลางานให้น้อยลง ใส่ใจงานมากขึ้น ไปทำงานเร็วขึ้นด้วย
-ดูแลตัวเองมากขึ้น ใส่ใจสุขภาพกว่าเดิม
-โทรหาพ่ออย่างน้อยวันละครั้ง ยุ่งแึ่ค่ไหนก็ห้ามอ้าง
-เล่นเน็ตให้น้อยลง อ่านหนังสือมากขึ้น
-คิดก่อนทำอะไรอะไร คิดให้มากมากก่อนจะซื้ออะไร
 
สิ่งที่ตั้งใจจะเลิกทำ
-เลิกพูดคำว่า "เซ็ง"
-เลิกยุ่งกะคนมีแฟนแล้ว
-เลิกบ่น(อันนี้อาจเลิกไม่ได้ แต่จะบ่นให้น้อยลง)
-เลิกขี้เกียจ ก็ไม่เชิง เอาแบบ ขี้เกียจได้แต่ต้องทำแล้วกัน
-เลิกดูถูกความสามารถตัวเอง
-เลิกอายกับการเริ่มต้นทำอะไรดีดี
-เลิกงอแงซะที นุ่นโตแล้วนะท่องไว้ๆ
-เลิกพูดอะไรเชิงลบ

Playlist หนาว หนาว เหงา เหงา

posted on 21 Dec 2010 10:32 by kessama
มันเป็นห้วงอารมณ์ต่อเนื่องมาจากตั้งแต่ฟังวิทยุเช้าเมื่อวาน
 
ทำให้นุ่นต้องหาเพลง หนาว หนาว เหงา เหงา มาฟัง
 
ไม่ได้เศร้าอะไรนักหนาวหรอกนะ เพื่อน พี่ น้องก็ยังยั๊วะเยี๊ยะ
 
แต่สำหรับนุ่น อากาศแบบนี้ทำให้เราฟังเพลงเพราะขึ้นเยอะเลย
 
เลยหาโหลดเพลงอารมณ์ประมาณนี้..ตามอารมณ์ที่ล่องลอยไป~~ 
 
Playlist : Lonely
 
1. ลมหนาว - Tea for Three /ปราโมทย์ วิเลปะนะ (เพราะทั้งสองเวอร์จ้า^^)
 
2. แพ้อากาศ - อเล็กซ์ เรนเดลล์
 
3. ฝนหน้าหนาว - Pastel Secret
 
4. เหงา - Peace Maker
 
5. หนาวนี้ - Friday
 
6. อยากมีใครสักคนให้กอด - หนูนา
 
7. หม่น - Play Ground
 
8. เพื่อนของเราชื่อความเหงา - บอย ตรัย ภูมิรัตน
 
9. เหงาไม่มีเหตุผล - Circle22
 
10. ฤดูที่ฉันเหงา - Flure
 
11. ฤดูอกหัก - Calories Blah Blah
 
12. หนึ่งความเหงาบนดาวเคราะห์ - เบล สุพล
 
13. ลมหนาวและดาวเดือน - ปนัดดา เรื่องวุฒิ
 
14. หนาว..เหงา..หวง..เหม่อ - ไอน้ำ
 
15. หนาว - Nursery Sound

เปิดเพลย์ลิสอยู่ที่ทำงานเพื่อนมันถาม
"จะหนาวไรนักหนาวะ??" 55
ก็แนวเพลงมันพาไป จริงๆหนูก็ไม่ได้ไรมากหรอกเจ๊ 55
 
 
 
Ps. วันนี้เอาเพลงหนึ่งในเพลย์ลิสมาฝากจ้า
อีกไม่กี่วันนุ่นก็จะได้กลับบ้านไปกอดพ่อแล้ว^_______^
 
 
 

ลมหนาว

posted on 20 Dec 2010 09:11 by kessama
 09.09 a.m.
Dec 20,2010
 
คลิ๊กฟังเพลงด้วยนะคะ เพราะมาก^^
 
 
เมื่อเช้าเปิดวิทยุ ได้ยินเสียงเพลงนี้แล้วแทบกระเด็น โดนสุดๆ
 
ถ้าพูดถึงความรู้สึกแบบหนุ่มสาวเรารู้ึสึกแบบในเพลงนี้แหละ
 
แต่เรื่องเพื่อน พี่ น้อง ไม่เหงาเลย แฮปปี้สุดๆ
 
อย่างว่าแหละเนอะ มันเนื้อคนละก้อน มันทดแทนกันไม่ได้
 
เลยเอาเพลงนี้มาฝากกัน ยังไงก็ดูแลใจตัวเองให้ดีๆนะคะ อย่าปล่อยให้เหงา ให้เศร้า
 
ชีวิตเีรา มีอะไรมากกว่าความรักแบบหนุ่มสาวค่ะ^^
 


เพลง : ลมหนาว
ศิลปิน : ปราโมทย์ วิเลปะนะ
เนื้อเพลง : 

ผ่านลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครให้ใจอุ่น
อยากจะหา คนที่ทำให้ใจสมดุลย์ แต่ไม่เคยสมหวังสักที
* ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง ไม่มีคนคอยคิดถึง
อยากมีใครให้รักให้ซึ้ง เหมือนคนอื่นเขา
ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง คล้ายฤดูกาลยิ่งเหงา
ต้องทนหนาวกับใจที่เหงา คนเดียวอย่างเดิม
** ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา
คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร
ลมหนาวมาเมื่อใด กลัวฉันกลัวขาดใจ
เพราะหัวใจ ที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใคร เสียที
ซ้ำ *,**,**,
 
 

 
 
 
 

วันนี้ ที่ แม่ เจ็บ

posted on 16 Dec 2010 09:36 by kessama
17 ธันวา ปีนี้ ครบ23 ปีแล้วสิ ก็ไม่เคยมาก่อน ทำตัวไม่เลย
 
พ่อ : ฮัลโหล ว่าไงลูก??
ลูกสาว : พ่อๆ วันนี้วันที่เท่าไหร่
พ่อ : เท่าไหร่นะ น่าจะ17นะ
ลูกสาว : แล้ววันนี้วันไรพ่อ??
พ่อ : วันศุกร์สิเอ้อ ถามไรเนี่ย
ลูกสาว : พ่อ ให้โอกาสอีกครั้ง จะงอนแล้วนะ
พ่อนิ่งไปซักพัก แล้วขำลั่น.>.<'
พ่อ : พ่อลืมๆ พ่อขอโทษ 55
อวยพรใหญ่เลยนะพ่อ แต่ลูกแอบน้อยใจนะ ทุกปีพ่อจะโทรมาแต่เช้ามืด
ปีนี้สิเฮ้อ!!! แต่มันก็ทำเอาฮาทั้งอ๊อฟฟิชเลย
พี่ชายโทรมาตอนบ่ายแก่ๆ "ไม่ว่าเราไม่เข้าใจกันยังไง พี่ก็รักนุ่นเสมอนะ" ซึ้งทุกปีเลยสิน่า^^
 
บ่ายๆเพื่อนๆที่อ๊อฟฟิชมาเซอร์ไพรส์ ฮากันมาก คนเป็นสิบๆ ลั้ลลาจริงๆ 
นุ่นเลี้ยงนม เลยปาร์ตี้นมกะหนมเค้กกัน พอดีเพื่อนอีกคนเกิดวันที่6ก็โดนเซอร์ไพรส์เหมือนกัน
ตอนเย็นกินสุกี้กันที่บ้าน เกือบ20ได้มั้ง มีของมึนเมาด้วยดิ ฮาเลย กว่าจะเลิกก็ตีสี่ บริษัทนี้ลั้ลลากันจริง
 
ขอบคุณคำอวยพรดีๆจากเพื่อน พี่ น้อง หลายๆคนนะคะ
 
ปล.ถือเป็นแฮปปี้เดย์วันนึงเลยแหละ ความทรงจำดีๆจะอยู่กับเราตลอดไป:)
 
 

วันนี้ ที่ รอคอย

posted on 12 Dec 2010 12:48 by kessama
บันทึกย้อนหลัง
 
I'm a บัณฑิตใหม่ป้ายแดง.
 
Nov 06 : ถ่ายรูปรับปริญญาที่ลาดกระบัง เจอเพื่อน พี่ น้อง เยอะไปหมด เพื่อนโรงเรียนก็มากันหลายคน ขอบคุณ ขอบคุณทุกคนจากใจจริง พี่ตากล้องน่ารักมาก นอกจากหน้าตาดีแล้วยังเลี้ยงน้ำเราอีก 55 วันนี้เรามีบอดี้การ์ดส่วนตัว ทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง เลี้ยงน้ำ เลี้ยงหนม ถือของ ถ่ายรูป (รู้งี้ไม่จ้างตากล้องก็ดีหรอก) ถือเป็นMy best bodyguard จริงจริง ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกอย่างในวันนี้
คนอื่น "นุุ่น แฟนป่ะจ๊ะ??"  
นุ่น"ป่าวจ๊ะ รุ่นพี่" ใจจริงก็อยากได้นะ 55
เป็นวันที่เอียนกะการถ่ายรูปจริงๆเลย 

Nov 07 : ซ้อมย่อยที่สโลปตึก12 นั่งง่วงทั้งวัน ผิดแล้วผิดอีก ฮาเลยกรู
 
Nov 08 : ซ้อมใหญ่ที่ไบเทค รถติดมาก ไปเกือบไม่ทัน เราแอบเอาหนมเข้าไปกินด้วยแหละ เลยได้เอื้อเฟื้อให้แกงค์ภาครูมเอของเรา ง่วง ฮา เพื่อนก็ยังกวนส้นตีนเหมือนเดิม คนรับก่อนเราทำใบปริญญาหล่นด้วยแหละ แต่เรายังทำถูก แสดงว่ามีสตินี่หว่า 55  ง่วงจนไม่ตื่นเต้น>.<"

Nov 12 :วันนี้รับจริงที่ไบเทคบางนา   ตื่นกันตั้งแต่ตีสองครึ่ง อาบน้ำ ส่งเพื่อนไปแต่งหน้า เราไปรับพ่อกะคนขับรถ55 ส่งพ่อกะพี่ที่บ้านแล้วเราก็ไปแต่งหน้า กลับมาซื้อโจ้กให้พ่อกะพี่ติ่ง แล้วก็มีคนไปส่งขึ้นแท็กซี่ ไปถึงไปเทคตั้งแต่เกือบเก้าโมง ก็ถ่ายรูปๆ พ่อให้ความร่วมมือดีมากกกกกกกกก ให้โพสท่าไหนได้หมด พี่ติ่งก็ตามในน้องสาวเต็มที่ รักที่สุดเลย เสียดายเนอะที่วันนี้แม่ไม่อยู่ ยังไงพวกเราก็ยังรักยังคิดถึงแม่เหมือนเดิมนะค้า^^  รายงานตัวสิบเอ็ดโมงครึ่ง คนรับก่อนเราเป็นเพื่อนภาคเป(พิเศษ=สเปเชี่ยล) เค้าให้เอาบัตรประชาชนเข้าไปด้วย "ไหนเราดูมั่งดิ" เราพูดพร้อมกับหยิบบัตรประชนของเพื่อนมาดู "เอ้ย!!" เราแทบจะตะโกนออกมา 'เกิดวันที่17 ธ.ค. 2530' "สงสัยจะเป็นเนื้อคู่" เพื่อนพูดทีเล่นทีจริง ถ้าได้จริงก็ดีสิ หล่อซะด้วย555 เราแค่ตกใจ รับติดกัน แถมเกิดวันเดียวกันอีก .. ตอนรับจริงกลัวผิดมากๆ สงสัยจะัได้รูปตอนก้มหน้าแน่ๆเลย เราห่วงผิดเกิน ออกมาจากหอประชุมก็เกือบหกโมง ออกมาถ่ายรูปอีกนิดหน่อย มื้อเย็นที่ MK .. Central Bangna จ้า
 
Nov 13 : พาพ่อไปไหว้พระ ไปศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ และปิดท้ายด้วยวัดภูเขาทอง พ่อบอกว่า วันนี้พ่อยังกะดารา  แบบว่ารูปพ่อเยอะมาก เราไม่เคยไปเที่ยวไหนกะพ่อเลย พ่อต้องทำงานหนักตลอด ต่อจากนี้ลูกสัญญา ลูกจะให้อะไรๆกับพ่อกับพี่ติ่ง เยอะที่สุดเท่าที่ลูกจะทำได้  'เลิฟยูเสมอน๊าค๊า'
 
เป็นการรับปริญญา่ที่มีดอกไม้สดช่อเดียว มีไปบอกชาวบ้านก่อนด้วยนะ "นุ่นไม่เอาดอกไม้นะ"55 ไม่รู้จะสงสาร รึสมเพชตัวเองดี ส่วนของขวัญอย่างอื่นชอบทุกอันเลย ตุ๊กตา กรอบรูป กระเป๋าตังค์ รูป ขวดนมใหญ่ยักษ์  ฯลฯ โดยเฉพาะแหวนทอง 55 กะตังค์จากพ่อและพี่ชาย
 
 
 
ปล. ครุยแดงสวยสุดสุดก็วันนี้แหละ